Breaking

“ซีเจ มอร์” ผนึก “คำต้องเชื่อม” เชื่อมแบรนด์สู่คนรุ่นใหม่ ปลื้มกิจกรรมที่เตรียมอุดมศึกษากระแสตอบรับถล่มทลาย พร้อมเดินสายแจกความสนุกต่ออีก 3 สเตชัน ก.ค.-ส.ค. 2569 เจดับบลิว แมริออท รันธัมบอร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา หมุดหมายประวัติศาสตร์แห่งใหม่ ฉลองโรงแรมลำดับที่ 10,000 ของแมริออทก่อนครบ 100 ปี แคเรียร์ พลิกประวัติศาสตร์! ส่ง “Beyond X” แอร์นวัตกรรมดีไซน์จากไม้จริง ระดับ Masterpiece หนึ่งเดียวในโลก อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ ผนึก “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย)” ขยายสัญญาซื้อขายพลังงานสะอาด 5.46 เมกะวัตต์พีค เดินเครื่อง COD ก.ค.2569 นี้ ปรากฏการณ์แห่งการเดินทางที่เหนือระดับ Siam Scenic และ VR Luxe ตอกย้ำความเป็นผู้นำการบิน VIP ของไทยพร้อมบินทุกวันศุกร์และวันอาทิตย์ สัมผัสประสบการณ์เที่ยวบินสุดหรูตรงสู่หัวหินรายเดียวของไทย ในราคา 9,999 บาท

TNL รายงานผลประกอบการปี 2568 สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานธุรกิจ คุณภาพรายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง ยกระดับคุณภาพสินทรัพย์และโครงสร้างทุนที่มั่นคง

บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNL รายงานผลประกอบการปี 2568 สะท้อนความสามารถในการรักษาเสถียรภาพและการเติบโตอย่างมีคุณภาพท่ามกลางสภาวะตลาดที่ยังมีความท้าทาย โดยบริษัทมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพสินทรัพย์และการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ TNL ส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% YoY และมีกำไรสุทธิ 415 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% YoY ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง 18.3% YoY สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจและคุณภาพกำไรที่ปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้เผชิญแรงกดดันจากส่วนแบ่งขาดทุนของบริษัทร่วมและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น บริษัทสามารถรักษาระดับผลตอบแทนได้ภายใต้กรอบวินัยทางการเงินและการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด

ตลอดปีที่ผ่านมา บริษัทให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจให้สินเชื่อที่มีหลักประกันมีพอร์ตสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นปีที่ 6,196 ล้านบาท โดยบริษัทดำเนินการปรับสมดุลพอร์ตสินเชื่อเชิงรุก ทั้งการเร่งแก้ไขหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) การบริหารหลักประกันอย่างรัดกุม และการคัดกรองสินเชื่อใหม่ด้วยเกณฑ์ที่เข้มงวด ส่งผลให้อัตราส่วน NPL ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV Ratio) เฉลี่ยลดลงเหลือ 46.7% ขณะที่มูลค่าหลักประกันรวมเพิ่มขึ้นเป็น 13,260 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมูลค่าหลักประกันเกินมูลค่าสินเชื่อ (Over-Collateratlisation) สูงกว่า 214% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแนวทางบริหารความเสี่ยงที่ระมัดระวังและสร้างกันชนเชิงโครงสร้างที่สำคัญเพื่อจำกัดความเสียหายของพอร์ตสินเชื่อในระยะยาว

ในส่วนของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ บริษัทดำเนินกลยุทธ์การลงทุนอย่างรอบคอบ (Selectively Bidding) ภายใต้เกณฑ์การประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพกลุ่มลูกค้าองค์กรที่มีหลักประกันแข็งแกร่งและมีศักยภาพ โดยกลยุทธ์ดังกล่าวเอื้อต่อการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้อย่างยืดหยุ่น และเพิ่มความสามารถในการปิดบัญชีได้รวดเร็วกว่าเมื่อเทียบกับพอร์ตลูกหนี้รายย่อย ส่งผลให้กระบวนการจัดเก็บหนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จากแนวทางดังกล่าวของบริษัท ส่งผลให้โครงสร้างพอร์ตประกอบด้วยลูกค้าองค์กร 77% และลูกค้ารายย่อย 23% สะท้อนทิศทางการลงทุนที่เน้นคุณภาพและความสามารถในการเรียกเก็บเงิน มากกว่าการขยายพอร์ตเชิงปริมาณ โดยในปีที่ผ่านมาการติดตามและเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ในกลุ่มลูกค้าองค์กรเป็นไปได้ด้วยดี สนับสนุนการหมุนเวียนเงินทุนเพื่อการลงทุนใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมารายได้จากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเติบโตเป็น 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.7% YoY สะท้อนประสิทธิภาพของกลยุทธ์การลงทุนและการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างเป็นระบบ

สำหรับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ปี 2568 นับเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญจากระยะพัฒนาโครงการสู่ระยะการทยอยรับรู้รายได้ แม้บริษัทยังรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนตามความคืบหน้าของงานก่อสร้าง แต่ภาพรวมเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากโครงการหลักที่ทยอยเข้าสู่ช่วงโอนกรรมสิทธิ์ โดย Noble Create เริ่มโอนในไตรมาส 3 และโครงการ Nue Riverest Ratburana มีความคืบหน้าใกล้แล้วเสร็จ ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อผลการดำเนินงานในปี 2569

ในภาพรวม ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีสินทรัพย์รวม 15,158 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-bearing D/E) อยู่ที่ 0.37 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่สะท้อนความระมัดระวังด้านเลเวอเรจ ขณะเดียวกัน บริษัทมีเงินสดจำนวน 1,776 ล้านบาท สะท้อนถึงสภาพคล่องที่เพียงพอในการรองรับแผนการเติบโตในปี 2569 ทั้งนี้ ในระหว่างปีบริษัทได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 3 มูลค่า 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.80% อายุ 2 ปี 3 เดือน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อฐานะทางการเงินและทิศทางการเติบโตของบริษัทในระยะถัดไป

นอกจากนี้ ในปี 2568 บริษัทได้รับคะแนนประเมินบรรษัทภิบาลระดับ 5 ดาว (“ดีเลิศ”) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากรายงานการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) และได้ยกระดับกรอบการดำเนินงานด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการมีส่วนร่วมของพนักงาน การพัฒนาชุมชน และการเสริมสร้างระบบบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลกิจการ เพื่อสนับสนุนการสร้างคุณค่าในระยะยาวควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืน

จากการยกระดับคุณภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับโครงสร้างเงินทุนที่มั่นคง และโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ทยอยเข้าสู่ช่วงรับรู้รายได้ TNL เชื่อมั่นว่าปี 2569 จะเป็นปีแห่งการต่อยอดการเติบโตบนรากฐานที่มั่นคง พร้อมรักษาวินัยทางการเงินและสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

By Admin

You Missed